เมื่อผู้ป่วยก้าวพ้นภาวะวิกฤต การรักษาอาจสิ้นสุดลงในหอผู้ป่วย แต่ “การฟื้นคืนชีวิต” เพิ่งเริ่มต้นขึ้น โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ป่วยระยะกลางที่ยังเผชิญข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหว การกลืน และการดูแลตนเอง ปัญหาสุขภาพช่องปากที่ดูเหมือนเล็ก อาจกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการรับประทานอาหาร ภาวะโภชนาการ การฟื้นฟูสมรรถภาพ และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนที่ป้องกันได้
ด้วยจุดมุ่งหมายเดียวกันในการ “สร้างสุขภาวะที่ดีให้ประชาชน” คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และสำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จึงผนึกกำลังจัด การประชุมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรการดูแลสุขภาพช่องปากผู้ป่วยระยะกลาง (Intermediate Care: IMC) สำหรับพยาบาลวิชาชีพ ระหว่างวันที่ 13–14 สิงหาคม 2569 ณ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา จังหวัดนครปฐม ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนพลังของสองศาสตร์ “ทันตสาธารณสุข” และ “การพยาบาล” ที่ก้าวข้ามขอบเขตวิชาชีพ เพื่อสร้างระบบการดูแลที่มองเห็น “คนทั้งคน” ไม่ใช่เพียงโรคหรืออวัยวะใดอวัยวะหนึ่ง
พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก ทันตแพทย์ดำรง ธำรงเลาหะพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธี โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.เอมพร รตินธร คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวต้อนรับคณะวิทยากรและผู้เข้ารับการอบรม การพบกันของผู้นำจากทั้งสององค์กรในครั้งนี้สะท้อนเจตนารมณ์ร่วมที่ชัดเจนในการนำองค์ความรู้จากแต่ละศาสตร์มาเชื่อมต่อกัน เพื่อพัฒนาบุคลากรสุขภาพและเปลี่ยนความรู้ให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้ต่อผู้ป่วย ครอบครัว และระบบสุขภาพ
หลักสูตรมุ่งเสริมสมรรถนะพยาบาลให้สามารถประเมินปัญหาสุขภาพช่องปากด้วย OHAT คัดกรองและฟื้นฟูการกลืน ดูแลอนามัยช่องปากอย่างปลอดภัย จัดทำ Oral Care Plan ให้คำแนะนำแก่ครอบครัว ตลอดจนบันทึก ติดตาม และส่งต่อข้อมูลเข้าสู่ Community IMC และ Long-Term Care: LTC เพื่อให้การดูแลไม่สะดุดเมื่อผู้ป่วยเดินทางจากโรงพยาบาลกลับสู่บ้านและชุมชน
ตลอดการอบรม ผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้จากทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการพยาบาล ทันตสาธารณสุข กิจกรรมบำบัด และการฟื้นฟูสมรรถภาพ ผ่านทั้งการบรรยาย การฝึกปฏิบัติ และกรณีศึกษา ก่อนต่อยอดสู่การศึกษาดูงานระบบ SiEIMC – Siriraj Extended Intermediate Care ณ ศูนย์บริการสุขภาพผู้สูงอายุศิริราช–สมุทรสาคร เพื่อสัมผัสระบบการดูแลต่อเนื่องจากสถานการณ์จริง
เพราะ “สุขภาพช่องปาก” ไม่ได้จบอยู่ที่รอยยิ้มหรือฟันที่แข็งแรง แต่เชื่อมโยงถึงการกิน การกลืน การฟื้นตัว และศักดิ์ศรีของการดำรงชีวิต ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการจัดอบรม หากคือการสร้าง กำลังพยาบาลที่มองเห็นปัญหาได้เร็ว ดูแลได้ถูกต้อง และเชื่อมต่อระบบได้อย่างไร้รอยต่อ ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการเปลี่ยนองค์ความรู้ให้กลายเป็นสุขภาวะที่ประชาชนสัมผัสได้จริง


























