ท่ามกลางความท้าทายจากโรคเรื้อรัง สังคมสูงวัย ภาวะฉุกเฉิน และปัญหาสุขภาพคนเมืองที่ซับซ้อนขึ้น “พยาบาลเวชปฏิบัติ” คือกำลังสำคัญของระบบสุขภาพปฐมภูมิที่ต้องพร้อมทั้งประเมิน ตัดสินใจ ดูแล และเชื่อมต่อบริการ ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนโฉมบริการสุขภาพ การพัฒนาพยาบาลจึงต้องก้าวทันทั้งองค์ความรู้ เทคโนโลยี และกรอบกฎหมายวิชาชีพ
คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยภาควิชาการพยาบาลสาธารณสุขศาสตร์ ร่วมกับ กองการพยาบาลสาธารณสุข สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร จัดโครงการอบรมฟื้นฟูวิชาการสำหรับพยาบาลเวชปฏิบัติ “NP NEXT STEP: ความท้าทายของพยาบาลเวชปฏิบัติยุคดิจิทัล” ผ่านระบบออนไลน์ ระหว่างวันที่ 17–21 สิงหาคม 2569 มุ่งเชื่อมองค์ความรู้ทางวิชาการ เทคโนโลยี และประสบการณ์จากระบบบริการจริง เพื่อเสริมสมรรถนะพยาบาลเวชปฏิบัติให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของระบบสุขภาพ
พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์วีรยา จึงสมเจตไพศาล รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้แทนคณบดี เป็นประธานกล่าวเปิดและต้อนรับผู้เข้าร่วมอบรม โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.เวหา เกษมสุข หัวหน้าภาควิชาการพยาบาลสาธารณสุขศาสตร์ กล่าวรายงาน และ พว.พรทิพย์ สุทรธนันท์ ผู้อำนวยการกองการพยาบาลสาธารณสุข สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ร่วมขับเคลื่อนความร่วมมือ สะท้อนเจตนารมณ์ของสององค์กรในการพัฒนากำลังพยาบาลและสร้างความเข้มแข็งให้ระบบสุขภาพปฐมภูมิ
ตลอด 5 วัน หลักสูตรเชื่อม “นโยบาย–นวัตกรรม–การปฏิบัติ” เข้าด้วยกัน โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดมุมมองอนาคตผ่านหัวข้อ “นวัตกรรมพลิกโฉมการดูแลผู้ป่วยระดับปฐมภูมิด้วย HealthTech” ก่อนต่อยอดสู่สมรรถนะพยาบาลเวชปฏิบัติในยุค AI and Digital Transformation โดย รองศาสตราจารย์ ดร.เวหา เกษมสุข และมิติ “สุขภาวะคนเมืองในยุคดิจิทัล” โดย แพทย์หญิงดวงพร ปินจีรเสถียร ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ขณะที่ พว.พรทิพย์ สุทรธนันท์ ถ่ายทอดแนวทางขับเคลื่อน SDGs จากนโยบายสู่ชุมชน นอกจากนี้ ยังเสริมความพร้อมด้าน กฎหมายและจริยธรรมดิจิทัล โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ยงยุทธ แก้วเต็ม และการจัดการภาวะฉุกเฉินและการใช้ยาตามขอบเขตพยาบาลเวชปฏิบัติ โดย นายแพทย์จารุกิตติ์ มหกระพฤทธิ์ เพราะระบบปฐมภูมิที่เข้มแข็ง เริ่มจากบุคลากรที่ “คิดเป็น ตัดสินใจได้ และใช้เทคโนโลยีอย่างรับผิดชอบ” ความร่วมมือครั้งนี้จึงมุ่งเปลี่ยนองค์ความรู้และนวัตกรรมให้เป็นบริการสุขภาพที่ เข้าถึงง่าย ปลอดภัย ต่อเนื่อง และตอบโจทย์ชีวิตจริงของประชาชน

























