เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดกิจกรรม พิธีมอบโบว์ไทด์และพิธีผูกข้อมือรับขวัญนักศึกษาใหม่ ประจำปีการศึกษา 2569 ภายใต้แนวคิด “Mahidol Nurse Journey: สร้างแรงบันดาลใจ สานสายสัมพันธ์ ก้าวสู่พยาบาลที่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง” ณ ห้องประชุมภัทรมหาราชการุณย์ ชั้น 5 คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา เพื่อสร้างความภาคภูมิใจในวิชาชีพพยาบาล ส่งเสริมความผูกพันระหว่างนักศึกษา คณาจารย์ ศิษย์เก่า และผู้บริหาร ตลอดจนปลูกฝังค่านิยมและจิตวิญญาณความเป็นพยาบาลมหิดลให้แก่นักศึกษาใหม่
กิจกรรมเริ่มต้นด้วยการต้อนรับนักศึกษาใหม่เข้าสู่ครอบครัวพยาบาลมหิดล (Welcome to Our NS MU Nursing Family) ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.เอมพร รตินธร คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวต้อนรับและถ่ายทอดข้อคิดผ่านกิจกรรม Inspire Talk ในหัวข้อ “จากใจคณบดี สู่รุ่นน้อง NS 69 เส้นทางพยาบาลมหิดล” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและแนะแนวทางการเรียนรู้สู่การเป็นพยาบาลวิชาชีพที่มีคุณภาพ
ต่อด้วยการบรรยายสร้างแรงบันดาลใจในหัวข้อ “จากใจรุ่นพี่ สู่รุ่นน้อง NS 69 เส้นทางพยาบาลมหิดล” โดย พว.ธชพร เทศะศิลป์ หัวหน้าฝ่ายการพยาบาล โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งได้ถ่ายทอดประสบการณ์การทำงาน แนวคิดในการพัฒนาตนเอง และบทบาทของพยาบาลในฐานะผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพ เพื่อเป็นแนวทางให้นักศึกษาในการเตรียมความพร้อมสู่การประกอบวิชาชีพในอนาคต
ภายในงานยังมีกิจกรรมแนะนำผู้บริหารและสโมสรนักศึกษาคณะพยาบาลศาสตร์ การแสดงละคร “บนเส้นทางสีขาว” ที่สะท้อนคุณค่าและบทบาทของวิชาชีพพยาบาล รวมถึงกิจกรรม Mini Talk Show “ภาคของเราทำอะไร” เพื่อแนะนำบทบาทของภาควิชาต่าง ๆ ภายในคณะ และกิจกรรม “My First Nursing Dream” เปิดโอกาสให้นักศึกษาใหม่ได้ร่วมแบ่งปันแรงบันดาลใจและความมุ่งมั่นในการก้าวสู่การเป็นพยาบาลวิชาชีพ
ช่วงท้ายของกิจกรรมเป็น พิธีมอบโบว์ไทด์และพิธีผูกข้อมือรับขวัญนักศึกษาใหม่ ซึ่งถือเป็นพิธีอันทรงคุณค่าของคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยคณาจารย์ ผู้บริหาร และรุ่นพี่ ได้ร่วมมอบโบว์ไทด์และผูกข้อมือเพื่อแสดงความยินดี ต้อนรับนักศึกษาใหม่เข้าสู่ครอบครัวพยาบาลมหิดล พร้อมทั้งอวยพรให้ประสบความสำเร็จในการศึกษาและการประกอบวิชาชีพ ก่อนปิดท้ายด้วยการร่วมขับร้องเพลง “สืบสานปณิธาน พยาบาลมหิดล” เพื่อแสดงถึงความภาคภูมิใจ ความสามัคคี และการร่วมสืบสานอุดมการณ์แห่งวิชาชีพพยาบาล อันเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางสู่การเป็น “พยาบาลมหิดล ผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม” อย่างภาคภูมิใจและยั่งยืน ดูน้อยลง




















